วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

รีวิว Sony VAIO Duo 13 ผู้สืบทอดแล็ปท็อปแปลงร่างรุ่นที่ 2

Sony
เมื่อปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสซื้อและรีวิว VAIO Duo 11 แล็ปท็อปแปลงร่างจาก Sony ไปแล้ว มาปีนี้ ทาง Sony ได้ออก VAIO รุ่นใหม่ในตระกูล Duo ออกมา นั้นก็คือ VAIO Duo 13 นั้นเอง พอดีทาง Sony Thai ได้ให้ยืมเครื่องมาลองใช้งานดู ก็เลยได้มีโอกาสมาเขียนรีวิว VAIO ตระกูล Duo อีกครั้งครับ
Sony VAIO Duo 13
VAIO Duo 13 นั้นเป็น convertible laptop หรือแล็ปท็อปแปลงร่างได้รุ่นที่สองจาก Sony ซึ่งพอขึ้นชื่อว่าเป็นรุ่นที่สองแล้ว ก็มีการพัฒนาในหลาย ๆ จุดให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า สำหรับโมเดลที่นำมารีวิวนั้นจะเป็นรุ่น SVD13212SH ซึ่งตัวเครื่องยังคงผลิตในญี่ปุ่นเช่นเคย โดยมีสเปกดังนี้
  • CPU: Intel Core i5-4200U ความเร็ว 1.6 GHz
  • GPU: Intel HD Graphics 4400
  • SSD: 128 GB ความเร็ว 6 Gb/s จาก Samsung
  • RAM: DDR3 ขนาด 4 GB ความเร็ว 1600 MT/s
  • Wireless: รองรับมาตรฐาน IEEE 802.11a/b/g/n ความเร็วสูงสุด 300 Mbps และ Bluetooth 4.0 + HS จาก Broadcom
  • NFC
  • Windows 8 64 bit Single Language
  • ปากกาสไตลัส
สเปกโดยรวมแล้ว แทบไม่แตกต่างจาก Duo 11 ของไทยเมื่อปีที่แล้วเลย เพียงแต่อัพเกรดซีพียูมาใช้ Intel Core i รุ่นที่ 4 เท่านั้น และมีการตัดชิป GPS ออกไป ซึ่งเข้าใจว่าชิป GPS ที่เอาออกไปนั้น เพื่อที่จะได้ใช้งาน GPS ที่อยู่บนการ์ดเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรุ่นที่มีมาให้แทน

Firefox 24 ออกแล้ว

Firefox
Mozilla ออกเบราว์เซอร์ Firefox รุ่น 24 ตามรอบ 6 สัปดาห์ พร้อมกันทั้ง Windows, Mac, Linux และ Android โดยในรุ่นนี้ไม่ค่อยมีฟีเจอร์ใหม่ในรุ่นเดสก์ท็อปสักเท่าไหร่ หลักๆ คือ
  • ปรับการแสดงผล scrollbar บน Mac OS 10.7 ขึ้นไป
  • เพิ่มความสามารถ “ปิดแท็บที่อยู่ด้านขวา”
สำหรับรุ่น Android จะมีฟีเจอร์ใหม่มากหน่อย ได้แก่
  • สนับสนุนมาตรฐาน WebRTC สามารถส่งทั้งภาพและเสียงได้แล้ว โดยใช้เพียง JavaScript
  • ปรับเมนูแชร์หน้าเว็บ ให้สามารถแชร์ไปยังบริการที่ใช้บ่อยได้สะดวกขึ้น
  • สนับสนุนการแชร์แท็บที่เปิดไว้ผ่าน NFC
  • ปรับปรุงโหมด Reader เลือกเป็นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นหลังสีดำได้
ดาวน์โหลดได้จากเว็บของ Mozilla (รุ่นเดสก์ท็อป) และ Play Store (รุ่น Android) ครับ
ที่มา – Blognone Release notes 1, 2 , The Next Web

ไมโครซอฟท์เผยราคา Windows 8.1, แพ็คเกจเป็นโอเอสตัวเต็ม ไม่ใช่แค่ชุดอัพเกรดแล้ว

ไมโครซอฟท์เปิดเผยราคาของ Windows 8.1 และรายละเอียดของการอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่างเป็นทางการ โดยราคาของ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro จะเท่ากับราคาของ Windows 8 เดิม กล่าวคือ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 119.99 ดอลลาร์ และ Windows 8.1 Pro อยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์
การอัพเกรดจาก Windows 8 เป็น Windows 8.1 ผ่าน Windows Store นั้นฟรี ส่วนของการอัพเกรดเพิ่มฟีเจอร์ให้ Windows 8.1 นั้น ถ้าซื้อคอมใหม่แล้วได้ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐาน สามารถอัพเกรดเป็นรุ่น Pro พร้อม Windows Media Center ได้โดยซื้อ Windows 8.1 Pro Pack ราคา 99.99 ดอลลาร์ ส่วนผู้ที่ใช้ Windows 8.1 Pro และต้องการ Windows Media Center ก็สามารถซื้อเพิ่มได้ที่ราคา 9.99 ดอลลาร์
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก Windows 8 คือ Windows 8.1 ทุกรุ่นจะมีสัญญาการใช้งานเป็นตัวเต็ม (full version) ไม่ใช่เป็นตัวอัพเกรดแบบเดียวกับ Windows 8 (ยกเว้นแพ็คเกจแบบ OEM ที่จะเป็นตัวเต็มอยู่แล้ว) บริษัทกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตาม feedback ที่ลูกค้าต้องการซื้อ Windows ไปติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่ประกอบเองหรือติดตั้งแบบ VM (virtual machine)
นอกจากนั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า ดังนี้
  • อัพเกรดจาก Windows XP และ Windows Vista ต้องติดตั้งใหม่ (clean install) เพียงอย่างเดียว นั้นหมายถึงผู้ใช้เหล่านั้นจะต้องซื้อแพ็คเกจที่มีแผ่นติดตั้งมาด้วย ไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์มาอัพเกรดได้เหมือนกับตอนอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการ รุ่นเก่าทั้งสองไปเป็น Windows 8 โดยไมโครซอฟท์อธิบายว่า Windows 8.1 ไม่ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งบนอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าทั้ง สองอยู่แล้ว
  • อัพเกรดจาก Windows 7 ผู้ใช้ต้องติดตั้งแอพแบบเดสก์ท็อปใหม่ทั้งหมดหลังการอัพเกรด รวมถึงชุด Office ด้วย
การวางจำหน่ายแพ็คเกจ Windows 8.1 พร้อมแผ่นติดตั้งนั้นเริ่มในวันเดียวกับการวางจำหน่ายฮาร์ดแวร์ใหม่ที่มากับ Windows 8.1 คือในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ หน้าตาของกล่อง Windows 8.1 นั้นดูได้จากที่มาของข่าว
ที่มา: Windows Team Blog

Google รู้ลึก รู้จริง ! แม้กระทั่งรหัส Wi-Fi

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยระบุว่าการแบ็คอัพข้อมูลต่างๆจากผู้ใช้อุปกรณ์ Android เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งรวมไปถึงรหัส Wi-Fi ที่เรากรอกก่อนเข้าใช้งานด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าทันทีที่ผู้ใช้กรอกรหัส Wi-Fi ในอุปกรณ์ Android ทาง Google จะเก็บข้อมูลรหัสผ่านทั้งหมดไว้ใน Server ซึ่งรหัสผ่านทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและจะไม่มีใครที่สามารถล่วงรู้ได้ ซึ่งข้อดีของการเก็บรหัสผ่านนี้จะช่วยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ Android ไม่จำเป็นต้องมานั่งกรอกรหัส Wi-Fi ใหม่เนื่องจากระบบจะดึงรหัสผ่านที่ตรงกับ Wi-Fi ที่คุณเคยใช้นั้นๆจาก Server ของ Google ขึ้นมา ทำให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi เดิมเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของ Android หรือแม้กระทั่งบริการต่างๆ ภายใต้ Google ยังเป็นที่สงสัยของผู้ใช้บางรายตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ซึ่งในมุมของชาว arip คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ล่ะครับ
อ้างอิงจาก techspot

โนเกียเกือบได้ใช้ Android OS

รายงานของ nytimes ระบุว่าภายในบริษัทโนเกียเคยดำเนินโครงการลับเพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนแบรนด์ Lumia ร่วมกับ Android OS แทนที่ของ Windows Phone พร้อมกำหนดช่วงเวลาเปิดตัวในปลายปี 2014 ความสำคัญของโครงการลับนี้เปรียบเสมือน "แผน 2" ที่โนเกียเตรียมไว้หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของการผลิตสมาร์ทโฟนในอนาคตข้างหน้าเมื่อพวกเขาหันหลังให้กับ Windows Phone ซึ่ง Android OS ที่มีอำนาจมากถึงสามในสี่ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกน่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับสมาร์ทโฟนโนเกียได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามโครงการลับของโนเกียก็ต้องล่มไปเนื่องการเข้าซื้อกิจการของไมโครซอฟท์เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยมูลค่าถึง 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้หนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับนี้ยืนยันว่าแผนการทำแอนดรอยด์ของโนเกียนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการข้าซื้อของไมโครซอฟท์แต่อย่างใด
นับตั้งแต่โนเกียตัดสินใจเลือกจับมือกับไมโครซอฟท์เพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ใช้ Windows Phone เมื่อปี 2011 ก็ต้องพบกับคำวิจารณ์มากมายโดยเฉพาะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของการเลือกระบบปฏิบัติการที่ควรจะเป็น Android มากกว่า ซึ่งทำให้ยอดขายของโนเกียตกลงไปอย่างต่อเนื่อง

Google เตรียมนำ NFC ใช้ร่วม Gmail

การตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าใช้บริการ Gmail ทาง Google เน้นย้ำมาตลอดว่าควรไม่ควรใส่ตัวอักษรหรือตัวเลขที่ซ้ำกันและควรเปลี่ยนแปลงรหัสอยู่เรื่อยๆ แต่สำหรับผู้ใช้บางรายอาจไม่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในเรื่องนี้มากทำให้เกิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีหรือแฮกเกอร์สามารถคาดเดารหัสผ่านและเข้าไปสร้างความเดือดร้อนได้ ดังนั้น Google จึงเตรียมเสนอ "YubiKey Neo tokens" อุปกรณ์ไร้สายในรูปแบบของ USB ที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ก่อนเริ่มใช้งานผู้ใช้ต้องนำ YubiKey Neo tokens ต่อเข้ากับเครื่ออคมพิวเตอร์เพื่อกำหนดคำใดๆก็ได้ที่คุณต้องการให้ USB เก็บบันทึก จากนั้นเมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าสู่ระบบ Gmail เพียงแตะด้านหลังสมาร์ทโฟน (รุ่นที่มี NFC) เท่านี้ก็สามารถเข้าถึงบัญชีส่วนตัวในบริการ Gmail ได้แล้ว
ขณะนี้ USB ชนิดดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบของ Google ร่วมกับพนักงานในบริษัท ซึ่งการเปิดวางขายจริงนั้นอาจเป็นในปี 2014
อ้างอิงจาก talkandroid

โน้ตบุคอัจฉริยะ

VAIO Tap 11 รองรับการใช้งานแบบแท็บเล็ท แต่ยังเสริมการใช้งานที่สะดวกสบายในแบบฉบับของของโน้ตบุคด้วย เต็มประสิทธิภาพด้วยพลังในการประมวลผลที่เหมือนกันกับคอมพิวเตอร์ปกติด้วยหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Processor พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สั่งจองผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าก่อนวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่    โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป ทุกสาขา ในราคา 39,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
VAIO Tap 11 มาพร้อมดีไซน์ภายใต้หลักการเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่น Xperia™ Z ด้วยแนวคิดแบบMinimalistic การออกแบบเน้นถึงความสมดุล และความสมมาตร มีมุมโค้งมน และพื้นผิวมันวาวที่สะท้อนในทุกด้าน ทำให้ VAIO® Tap 11 มีตัวเครื่องบางที่สุด*ในกลุ่มแท็บเล็ทพีซี
นอกจากนี้ VAIO® Tap 11 มาพร้อมกับคีย์บอร์ดขนาดปกติที่มีแม่เหล็กในตัว พร้อมมี Touch Pad ซึ่งสามารถใช้งานแบบไร้สายได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้เต็มที่ และสะดวกเหมือนใช้ในโน้ตบุคพีซี ในทางกลับกัน การแยกส่วนของคียบอร์ดยังทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ และด้วยแม่เหล็กที่ติดอยู่ภายในช่วยให้สามารถจัดเก็บเข้ากับหน้าจอของเครื่องได้โดยง่ายเพียงประกบเข้าด้วยกัน และใช้เป็นแผ่นป้องกันหน้าจอได้ในตัวอีกด้วย
VAIO® Tap 11 เครื่องนี้มีโปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ที่รองรับความต้องการจากความคิดสร้างสรรค์และจัดการแก้ไขต่างๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปากกาและกระดาษอีกต่อไป โปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ประกอบด้วย โปรแกรม CamScanner, VAIO®  Paper และ VAIO® Clip ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเกี่ยวกับการจดบันทึกต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ เริ่มด้วยการบันทึกภาพและแก้ไขใน CamScanner แล้วใช้โปรแกรม VAIO® Clip ตัดต่อบางส่วนที่ต้องการมาใช้ แล้วเขียนข้อความด้วยปากกา Digitizer ในโปรแกรม VAIO® Paper สะดวกง่ายดายราวกับการใช้งานปากกา และกระดาษจริงๆ
VAIO® Tap 11 มาพร้อม ปากกา Digitizer ของ VAIO® ได้พัฒนาขึ้นให้มีความแม่นยำ และคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ปากกานี้มีหัวปากกาที่เลือกได้ 2 แบบคือ แบบหัวแข็ง ที่มีความฝืดน้อยและแบบหัวนิ่มที่มีความฝืดเหมือนกับการเขียนบนกระดาษจริง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพลงบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำที่สุด
หน้าจอแบบ OptiContrast™ ของ VAIO® Tap 11 ยังลดแสงสะท้อนและรองรับการมองที่คมชัด ให้ผลการแสดงภาพที่มีคุณภาพสูงสุดด้วยความสว่างและคอนทราสสูง ทำให้โน้ตบุคเครื่องนี้พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่แสงจ้า ด้วยการลดช่องว่างระหว่าง Touch Panel Sensor ให้ชิดกับหน้าจอแสดงผล ทำให้การสัมผัสดีขึ้น ตอบสนองได้ฉับไว ให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด
VAIO® Tap 11 นั้นอัดแน่นไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีทั้งภาพและเสียงจากโซนี่ ด้วย หน้าจอTRILUMINOS Display for Mobile ที่ทำให้ VAIO® Tap 11 มีการแสดงสีสันที่มากกว่าหน้าจอทั่วไป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากวิศวกรกลุ่มเดียวกันกับหน้าจอของทีวี BRAVIA รุ่นปี 2013 ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสร้างภาพที่มีสันสดใส สมจริง และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้
ด้วย ClearAudio+™ ใน VAIO® Tap 11 ยังช่วยให้เสียงเบสที่แน่น เสียงสูงที่ไม่แตกพร่าได้ง่ายๆ เพียงเปิดใช้งาน เมื่อผู้ใช้ต้องการฟังเพลงที่มีรายละเอียดของเสียงสูงหรือต่ำอย่างที่ศิลปินสร้างสรรค์มา
และในส่วนของผู้ใช้ที่ไม่ชอบรอเวลาเปิดเครื่องเพื่อใช้งาน ฟังก์ชั่น Rapid Wake + eco ของ VAIO® Tap 11 จะช่วยขจัดปัญหานี้ให้หมดไป ในขณะที่ยังช่วยทำให้ชั่วโมงการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในโหมด sleep ผู้ใช้พียงแค่ทำการเปิดฝาเครื่องเมื่อต้องการใช้งานโน้ตบุคในวันว่าง หรือวันหยุด เครื่องก็จะพร้อมกลับมาทำงานได้ในทันที

โน้ตบุคอัจฉริยะ VAIO® Tap 11 พร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่ โชว์รูม โซนี่ สโตร์ ร้าน โซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป พร้อมวางจำหน่ายจริงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ในราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร.0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th