วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

รีวิว Sony VAIO Duo 13 ผู้สืบทอดแล็ปท็อปแปลงร่างรุ่นที่ 2

Sony
เมื่อปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสซื้อและรีวิว VAIO Duo 11 แล็ปท็อปแปลงร่างจาก Sony ไปแล้ว มาปีนี้ ทาง Sony ได้ออก VAIO รุ่นใหม่ในตระกูล Duo ออกมา นั้นก็คือ VAIO Duo 13 นั้นเอง พอดีทาง Sony Thai ได้ให้ยืมเครื่องมาลองใช้งานดู ก็เลยได้มีโอกาสมาเขียนรีวิว VAIO ตระกูล Duo อีกครั้งครับ
Sony VAIO Duo 13
VAIO Duo 13 นั้นเป็น convertible laptop หรือแล็ปท็อปแปลงร่างได้รุ่นที่สองจาก Sony ซึ่งพอขึ้นชื่อว่าเป็นรุ่นที่สองแล้ว ก็มีการพัฒนาในหลาย ๆ จุดให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า สำหรับโมเดลที่นำมารีวิวนั้นจะเป็นรุ่น SVD13212SH ซึ่งตัวเครื่องยังคงผลิตในญี่ปุ่นเช่นเคย โดยมีสเปกดังนี้
  • CPU: Intel Core i5-4200U ความเร็ว 1.6 GHz
  • GPU: Intel HD Graphics 4400
  • SSD: 128 GB ความเร็ว 6 Gb/s จาก Samsung
  • RAM: DDR3 ขนาด 4 GB ความเร็ว 1600 MT/s
  • Wireless: รองรับมาตรฐาน IEEE 802.11a/b/g/n ความเร็วสูงสุด 300 Mbps และ Bluetooth 4.0 + HS จาก Broadcom
  • NFC
  • Windows 8 64 bit Single Language
  • ปากกาสไตลัส
สเปกโดยรวมแล้ว แทบไม่แตกต่างจาก Duo 11 ของไทยเมื่อปีที่แล้วเลย เพียงแต่อัพเกรดซีพียูมาใช้ Intel Core i รุ่นที่ 4 เท่านั้น และมีการตัดชิป GPS ออกไป ซึ่งเข้าใจว่าชิป GPS ที่เอาออกไปนั้น เพื่อที่จะได้ใช้งาน GPS ที่อยู่บนการ์ดเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรุ่นที่มีมาให้แทน

Firefox 24 ออกแล้ว

Firefox
Mozilla ออกเบราว์เซอร์ Firefox รุ่น 24 ตามรอบ 6 สัปดาห์ พร้อมกันทั้ง Windows, Mac, Linux และ Android โดยในรุ่นนี้ไม่ค่อยมีฟีเจอร์ใหม่ในรุ่นเดสก์ท็อปสักเท่าไหร่ หลักๆ คือ
  • ปรับการแสดงผล scrollbar บน Mac OS 10.7 ขึ้นไป
  • เพิ่มความสามารถ “ปิดแท็บที่อยู่ด้านขวา”
สำหรับรุ่น Android จะมีฟีเจอร์ใหม่มากหน่อย ได้แก่
  • สนับสนุนมาตรฐาน WebRTC สามารถส่งทั้งภาพและเสียงได้แล้ว โดยใช้เพียง JavaScript
  • ปรับเมนูแชร์หน้าเว็บ ให้สามารถแชร์ไปยังบริการที่ใช้บ่อยได้สะดวกขึ้น
  • สนับสนุนการแชร์แท็บที่เปิดไว้ผ่าน NFC
  • ปรับปรุงโหมด Reader เลือกเป็นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นหลังสีดำได้
ดาวน์โหลดได้จากเว็บของ Mozilla (รุ่นเดสก์ท็อป) และ Play Store (รุ่น Android) ครับ
ที่มา – Blognone Release notes 1, 2 , The Next Web

ไมโครซอฟท์เผยราคา Windows 8.1, แพ็คเกจเป็นโอเอสตัวเต็ม ไม่ใช่แค่ชุดอัพเกรดแล้ว

ไมโครซอฟท์เปิดเผยราคาของ Windows 8.1 และรายละเอียดของการอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่างเป็นทางการ โดยราคาของ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro จะเท่ากับราคาของ Windows 8 เดิม กล่าวคือ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 119.99 ดอลลาร์ และ Windows 8.1 Pro อยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์
การอัพเกรดจาก Windows 8 เป็น Windows 8.1 ผ่าน Windows Store นั้นฟรี ส่วนของการอัพเกรดเพิ่มฟีเจอร์ให้ Windows 8.1 นั้น ถ้าซื้อคอมใหม่แล้วได้ Windows 8.1 รุ่นมาตรฐาน สามารถอัพเกรดเป็นรุ่น Pro พร้อม Windows Media Center ได้โดยซื้อ Windows 8.1 Pro Pack ราคา 99.99 ดอลลาร์ ส่วนผู้ที่ใช้ Windows 8.1 Pro และต้องการ Windows Media Center ก็สามารถซื้อเพิ่มได้ที่ราคา 9.99 ดอลลาร์
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก Windows 8 คือ Windows 8.1 ทุกรุ่นจะมีสัญญาการใช้งานเป็นตัวเต็ม (full version) ไม่ใช่เป็นตัวอัพเกรดแบบเดียวกับ Windows 8 (ยกเว้นแพ็คเกจแบบ OEM ที่จะเป็นตัวเต็มอยู่แล้ว) บริษัทกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตาม feedback ที่ลูกค้าต้องการซื้อ Windows ไปติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่ประกอบเองหรือติดตั้งแบบ VM (virtual machine)
นอกจากนั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า ดังนี้
  • อัพเกรดจาก Windows XP และ Windows Vista ต้องติดตั้งใหม่ (clean install) เพียงอย่างเดียว นั้นหมายถึงผู้ใช้เหล่านั้นจะต้องซื้อแพ็คเกจที่มีแผ่นติดตั้งมาด้วย ไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์มาอัพเกรดได้เหมือนกับตอนอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการ รุ่นเก่าทั้งสองไปเป็น Windows 8 โดยไมโครซอฟท์อธิบายว่า Windows 8.1 ไม่ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งบนอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าทั้ง สองอยู่แล้ว
  • อัพเกรดจาก Windows 7 ผู้ใช้ต้องติดตั้งแอพแบบเดสก์ท็อปใหม่ทั้งหมดหลังการอัพเกรด รวมถึงชุด Office ด้วย
การวางจำหน่ายแพ็คเกจ Windows 8.1 พร้อมแผ่นติดตั้งนั้นเริ่มในวันเดียวกับการวางจำหน่ายฮาร์ดแวร์ใหม่ที่มากับ Windows 8.1 คือในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ หน้าตาของกล่อง Windows 8.1 นั้นดูได้จากที่มาของข่าว
ที่มา: Windows Team Blog

Google รู้ลึก รู้จริง ! แม้กระทั่งรหัส Wi-Fi

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยระบุว่าการแบ็คอัพข้อมูลต่างๆจากผู้ใช้อุปกรณ์ Android เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งรวมไปถึงรหัส Wi-Fi ที่เรากรอกก่อนเข้าใช้งานด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าทันทีที่ผู้ใช้กรอกรหัส Wi-Fi ในอุปกรณ์ Android ทาง Google จะเก็บข้อมูลรหัสผ่านทั้งหมดไว้ใน Server ซึ่งรหัสผ่านทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและจะไม่มีใครที่สามารถล่วงรู้ได้ ซึ่งข้อดีของการเก็บรหัสผ่านนี้จะช่วยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ Android ไม่จำเป็นต้องมานั่งกรอกรหัส Wi-Fi ใหม่เนื่องจากระบบจะดึงรหัสผ่านที่ตรงกับ Wi-Fi ที่คุณเคยใช้นั้นๆจาก Server ของ Google ขึ้นมา ทำให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi เดิมเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของ Android หรือแม้กระทั่งบริการต่างๆ ภายใต้ Google ยังเป็นที่สงสัยของผู้ใช้บางรายตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ซึ่งในมุมของชาว arip คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ล่ะครับ
อ้างอิงจาก techspot

โนเกียเกือบได้ใช้ Android OS

รายงานของ nytimes ระบุว่าภายในบริษัทโนเกียเคยดำเนินโครงการลับเพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนแบรนด์ Lumia ร่วมกับ Android OS แทนที่ของ Windows Phone พร้อมกำหนดช่วงเวลาเปิดตัวในปลายปี 2014 ความสำคัญของโครงการลับนี้เปรียบเสมือน "แผน 2" ที่โนเกียเตรียมไว้หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของการผลิตสมาร์ทโฟนในอนาคตข้างหน้าเมื่อพวกเขาหันหลังให้กับ Windows Phone ซึ่ง Android OS ที่มีอำนาจมากถึงสามในสี่ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกน่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับสมาร์ทโฟนโนเกียได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามโครงการลับของโนเกียก็ต้องล่มไปเนื่องการเข้าซื้อกิจการของไมโครซอฟท์เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยมูลค่าถึง 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้หนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับนี้ยืนยันว่าแผนการทำแอนดรอยด์ของโนเกียนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการข้าซื้อของไมโครซอฟท์แต่อย่างใด
นับตั้งแต่โนเกียตัดสินใจเลือกจับมือกับไมโครซอฟท์เพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ใช้ Windows Phone เมื่อปี 2011 ก็ต้องพบกับคำวิจารณ์มากมายโดยเฉพาะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของการเลือกระบบปฏิบัติการที่ควรจะเป็น Android มากกว่า ซึ่งทำให้ยอดขายของโนเกียตกลงไปอย่างต่อเนื่อง

Google เตรียมนำ NFC ใช้ร่วม Gmail

การตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าใช้บริการ Gmail ทาง Google เน้นย้ำมาตลอดว่าควรไม่ควรใส่ตัวอักษรหรือตัวเลขที่ซ้ำกันและควรเปลี่ยนแปลงรหัสอยู่เรื่อยๆ แต่สำหรับผู้ใช้บางรายอาจไม่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในเรื่องนี้มากทำให้เกิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีหรือแฮกเกอร์สามารถคาดเดารหัสผ่านและเข้าไปสร้างความเดือดร้อนได้ ดังนั้น Google จึงเตรียมเสนอ "YubiKey Neo tokens" อุปกรณ์ไร้สายในรูปแบบของ USB ที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ก่อนเริ่มใช้งานผู้ใช้ต้องนำ YubiKey Neo tokens ต่อเข้ากับเครื่ออคมพิวเตอร์เพื่อกำหนดคำใดๆก็ได้ที่คุณต้องการให้ USB เก็บบันทึก จากนั้นเมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าสู่ระบบ Gmail เพียงแตะด้านหลังสมาร์ทโฟน (รุ่นที่มี NFC) เท่านี้ก็สามารถเข้าถึงบัญชีส่วนตัวในบริการ Gmail ได้แล้ว
ขณะนี้ USB ชนิดดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบของ Google ร่วมกับพนักงานในบริษัท ซึ่งการเปิดวางขายจริงนั้นอาจเป็นในปี 2014
อ้างอิงจาก talkandroid

โน้ตบุคอัจฉริยะ

VAIO Tap 11 รองรับการใช้งานแบบแท็บเล็ท แต่ยังเสริมการใช้งานที่สะดวกสบายในแบบฉบับของของโน้ตบุคด้วย เต็มประสิทธิภาพด้วยพลังในการประมวลผลที่เหมือนกันกับคอมพิวเตอร์ปกติด้วยหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Processor พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สั่งจองผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าก่อนวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่    โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป ทุกสาขา ในราคา 39,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
VAIO Tap 11 มาพร้อมดีไซน์ภายใต้หลักการเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่น Xperia™ Z ด้วยแนวคิดแบบMinimalistic การออกแบบเน้นถึงความสมดุล และความสมมาตร มีมุมโค้งมน และพื้นผิวมันวาวที่สะท้อนในทุกด้าน ทำให้ VAIO® Tap 11 มีตัวเครื่องบางที่สุด*ในกลุ่มแท็บเล็ทพีซี
นอกจากนี้ VAIO® Tap 11 มาพร้อมกับคีย์บอร์ดขนาดปกติที่มีแม่เหล็กในตัว พร้อมมี Touch Pad ซึ่งสามารถใช้งานแบบไร้สายได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้เต็มที่ และสะดวกเหมือนใช้ในโน้ตบุคพีซี ในทางกลับกัน การแยกส่วนของคียบอร์ดยังทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ และด้วยแม่เหล็กที่ติดอยู่ภายในช่วยให้สามารถจัดเก็บเข้ากับหน้าจอของเครื่องได้โดยง่ายเพียงประกบเข้าด้วยกัน และใช้เป็นแผ่นป้องกันหน้าจอได้ในตัวอีกด้วย
VAIO® Tap 11 เครื่องนี้มีโปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ที่รองรับความต้องการจากความคิดสร้างสรรค์และจัดการแก้ไขต่างๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปากกาและกระดาษอีกต่อไป โปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ประกอบด้วย โปรแกรม CamScanner, VAIO®  Paper และ VAIO® Clip ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเกี่ยวกับการจดบันทึกต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ เริ่มด้วยการบันทึกภาพและแก้ไขใน CamScanner แล้วใช้โปรแกรม VAIO® Clip ตัดต่อบางส่วนที่ต้องการมาใช้ แล้วเขียนข้อความด้วยปากกา Digitizer ในโปรแกรม VAIO® Paper สะดวกง่ายดายราวกับการใช้งานปากกา และกระดาษจริงๆ
VAIO® Tap 11 มาพร้อม ปากกา Digitizer ของ VAIO® ได้พัฒนาขึ้นให้มีความแม่นยำ และคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ปากกานี้มีหัวปากกาที่เลือกได้ 2 แบบคือ แบบหัวแข็ง ที่มีความฝืดน้อยและแบบหัวนิ่มที่มีความฝืดเหมือนกับการเขียนบนกระดาษจริง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพลงบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำที่สุด
หน้าจอแบบ OptiContrast™ ของ VAIO® Tap 11 ยังลดแสงสะท้อนและรองรับการมองที่คมชัด ให้ผลการแสดงภาพที่มีคุณภาพสูงสุดด้วยความสว่างและคอนทราสสูง ทำให้โน้ตบุคเครื่องนี้พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่แสงจ้า ด้วยการลดช่องว่างระหว่าง Touch Panel Sensor ให้ชิดกับหน้าจอแสดงผล ทำให้การสัมผัสดีขึ้น ตอบสนองได้ฉับไว ให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด
VAIO® Tap 11 นั้นอัดแน่นไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีทั้งภาพและเสียงจากโซนี่ ด้วย หน้าจอTRILUMINOS Display for Mobile ที่ทำให้ VAIO® Tap 11 มีการแสดงสีสันที่มากกว่าหน้าจอทั่วไป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากวิศวกรกลุ่มเดียวกันกับหน้าจอของทีวี BRAVIA รุ่นปี 2013 ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสร้างภาพที่มีสันสดใส สมจริง และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้
ด้วย ClearAudio+™ ใน VAIO® Tap 11 ยังช่วยให้เสียงเบสที่แน่น เสียงสูงที่ไม่แตกพร่าได้ง่ายๆ เพียงเปิดใช้งาน เมื่อผู้ใช้ต้องการฟังเพลงที่มีรายละเอียดของเสียงสูงหรือต่ำอย่างที่ศิลปินสร้างสรรค์มา
และในส่วนของผู้ใช้ที่ไม่ชอบรอเวลาเปิดเครื่องเพื่อใช้งาน ฟังก์ชั่น Rapid Wake + eco ของ VAIO® Tap 11 จะช่วยขจัดปัญหานี้ให้หมดไป ในขณะที่ยังช่วยทำให้ชั่วโมงการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในโหมด sleep ผู้ใช้พียงแค่ทำการเปิดฝาเครื่องเมื่อต้องการใช้งานโน้ตบุคในวันว่าง หรือวันหยุด เครื่องก็จะพร้อมกลับมาทำงานได้ในทันที

โน้ตบุคอัจฉริยะ VAIO® Tap 11 พร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่ โชว์รูม โซนี่ สโตร์ ร้าน โซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป พร้อมวางจำหน่ายจริงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ในราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร.0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

Baidu PC Faster

 “Baidu PC Faster” เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถจัดการปัญหาที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมักพบได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมครบครันด้วยฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย อาทิ ตรวจสุขภาพคอมพิวเตอร์ในคลิกเดียว, ลบไฟล์ขยะ, เพิ่มพื้นที่ฮาร์ดิสก์, เพิ่มความเร็วคอมพิวเตอร์, ไวรัส สแกน เพื่อหยุดแฮกเกอร์โทรจันและไวรัสที่จะโจมตีเข้ามาและยังดาวน์โหลดซอฟต์แวร์คุณภาพกว่า 1,000 รายการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
 ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด “Baidu PC Faster” ฟรีได้ที่ pcfaster.com หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน สามารถสอบถามได้ที่ Call Center 0-2105-6335

ไมโครซอฟท์ประกาศจ่ายเงินให้ผู้ใช้ไอแพด หวังน็อคแอปเปิ้ล

ประกาศจ่ายเงินให้ผู้ใช้ไอแพด หวังน็อคแอปเปิ้ล
บริษัทไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่วงการไอทีของโลก เขย่าวงการไอทีของสหรัฐฯ ด้วยการประกาศว่าจะสนับสนุนเงินจำนวนอย่างน้อย 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6 พันบาท) ให้กับผู้ใช้ไอแพด เพื่อให้พวกเขาหันมาซื้อแท็บเล็ตเซอร์เฟซ และเซอร์เฟซ โปร ของไมโครซอฟท์
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การตลาดเฉือนคู่แข่งครั้งนี้ของไมโครซอฟท์ อาจไม่ดึงดูดใจให้ผู้ใช้ไอแพดหันมาซื้อแท็บเล็ตตระกูลเซอร์เฟซของไมโครซอฟท์มากเท่าไรนัก เนื่องจากไอแพดยังมีจุดเด่นเหนือเซอร์เฟซหลายด้าน โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไอแพดที่มีมากกว่าเซอร์เฟซ
อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดของไมโครซอฟท์ที่พุ่งเป้าไปยังคู่แข่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้มีการเปิดตัวเว็บไซต์เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างแท็บเล็ตเซอร์เฟซและไอแพดอย่างละเอียด เพื่อหวังดึงดูดผู้ใช้ที่กำลังสนใจหาซื้อแท็บเล็ตให้เลือกเซอร์เฟซ หลังจากยอดขายแท็บเล็ตของไมโครซอฟท์เปรียบเทียบกับไอแพดของแอปเปิ้ลยังคงห่างไกลหันมาก เพราะในไตรมาสแรกของปี 56 ยอดผู้ซื้อไอแพดของแอปเปิ้ลสูงถึง 19.5 ล้านเครื่อง ขณะที่แท็บเล็ตเซอร์เฟซมียอดจำหน่ายเพียงแค่ 900,000 เครื่องเท่านั้น
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

iPad 5 ขยายขอบจอ เครื่องบางลงอีก

iPad 5 ขยายขอบจอ เครื่องบางลงอีก
iPad 5 - เมื่อวานนี้เราได้เห็น iPhone 5S กับ iPhone 5C เปิดตัวไปแล้ว คิวต่อไปไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นนอกจาก iPad 5 ตามมาด้วย iPad mini 2 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราน่าจะได้เห็นตัวจริงของแท็บเล็ต iOS ในเดือนตุลาคมนี้
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาภาพของ iPad 5 ถูกเผยแพร่ควบคู่ไปกับ iPhone ทั้งสองรุ่นใหม่รวมไปถึง iPad mini 2 การเตรียมตัวออก iPad 5 ครั้งนี้ของ Apple เป็นที่กล่าวถึงว่าจะเกิดจากการนำคอนเซปต์ของ iPad mini มาต่อยอดเพื่อทำให้แท็บเล็ต iOS ในเจเนอเรชั่นที่ 5 มีขอบหน้าจอแสดงผลขยับเข้าไปใกล้กับขอบตัวเครื่องยิ่งขึ้นพร้อมๆกับบางลงกว่า iPad 4 แต่จะคงขนาดที่ 9.7 นิ้วเช่นเคย และสิ่งที่จะทำให้ iPad 5 มีความใหม่ขึ้นไปอีกคือการหน่วยประมวลผลที่เร็วยิ่งขึ้นอีกจากชิป "A7X" ซึ่งน่าสนใจอีกว่า Apple จะเพิ่มความปลอดภัยด้วย Touch ID Sensor เฉกเช่นเดียวกันกับ iPhone 5Sหรือเปล่า ? ก็น่าคิดไม่น้อยเหมือนกัน ส่วนฝั่งระบบปฏิบัติการใช้ iOS 7 แน่นอน
สำหรับใครที่หวังว่าเมื่อถึงการเปิดตัว iPad 5 หรือกระทั่ง iPad mini 2 จะเกิดเซอร์ไพรส์อะไรขึ้นหรือไม่ คงต้องเผื่อใจไว้บางเพราะงานเปิดตัว iPhone 5S กับ iPhone 5C แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีเซอร์ไพรส์ใดๆที่นอกเหนือไปจากข่าวลือที่รั่วไหลให้เราได้รู้กันก่อนเปิดตัวนั่นเอง
อ้างอิงจาก Neowin

CTHฟ้องAppleเรียก 100ล.ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายบอลพรีเมียร์

CTHฟ้องAppleเรียก 100ล.ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายบอลพรีเมียร์
ศาลทรัพย์สิน นัดไต่สวนมูลฟ้อง CTH ฟ้องแพ่ง 100 ล้าน Apple ละเมิดสิทธิ์ ถ่ายบอลพรีเมียร์ ผ่านแอพมือถือ 23 ธ.ค.นี้ - คดีอาญานัด 18 พ.ย.
นายยินดี ลิมปิเวศน์ ที่ปรึกด้านกฎหมาย และนายสุรัตน์ชัย มั้นศรีถาวร ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  เจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการแพร่ภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งกับบริษัท แอปเปิล อิงค์ บริษัท แอปเปิล เซาท์ เอเชีย ประเทศไทย และ นายจีนน์ แดเนียล เลวอฟฟ์ที่ 3 กรรมการผู้มีอำนาจ ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และให้บริการแอพพลิเคชั่น sport channel ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของซีทีเอชในแอพสโตร์ มีโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี และเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100,000,000 บาท ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา ในวันที่ 18 พ.ย.2556 และนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีแพ่ง ในวันที่ 23 ธ.ค.2556
โดยที่ปรึกษากฎหมาย จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายในท้องตลาดที่กระทำการใดๆ ก็ตาม อันเป็นการ 1.จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน  2.แพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน  3.จัดให้ประชาชนฟัง หรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงิน หรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า
ขณะเดียวกัน ซีทีเอช ได้ประสานขอความร่วมมือกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อช่วยทำการสืบสวนและตรวจสอบผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ที่ดัดแปลงสัญญาณ และนำไปใช้เพื่อหวังผลทางการค้า และหากตรวจสอบแล้ว เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซีทีเอช มีสิทธิตามกฎหมายในการตัดสัญญาณโดยทันที โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งล่าสุด พบว่า มีผู้ละเมิดเป็นจำนวนหลายราย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

iPad mini จะมีรุ่นประหยัดต้นปี 2014

iPad mini จะมีรุ่นประหยัดต้นปี 2014
อีเวนท์ของ Apple ในวันที่ 10 กันยายนนี้เป็นหนึ่งในงานที่มีผู้คนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดแห่งปีก็ว่าได้ เพราะเป็นที่คาดกันว่าจะมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ถึงสองรุ่นได้แก่ iPhone 5S กับ iPhone 5C และถัดจากอีเวนท์นี้ก่อนสิ้นปี 2013 Apple จะจัดงานเปิดตัวอีกครั้งสำหรับ iPad 5 กับ iPad mini with Retina Display ก่อนจะเริ่มต้นปี 2014 ด้วย iPad mini ราคาประหยัด
การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดครั้งนี้เกิดจากผู้ทำนายการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เขาคนนั้นคือ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI เขาทำนายว่าการสั่งชิ้นส่วนตัวสำคัญสำหรับผลิต iPad รุ่นใหม่จะเริ่มในปลายเดือนกันยายนนี้ ก่อนจะเริ่มเปิดตัวและวางขาย iPad รุ่นใหม่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2013 ซึ่งจะประกอบด้วย iPad 5 และ iPad mini with Retina Display หรือ iPad mini 2 นั่นเอง ความใหม่ของ iPad 5 คือการทำให้มีขนาดเล็กลงด้วยคอนเซปต์ที่ดึงมาจาก iPad mini แต่จะยังคงหน้าจอขนาด 9.7 นิ้วอยู่เช่นเดิม ตัวเครื่องบางลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่เรียกว่า "A7X"

สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

10 เรื่องน่ารู้ของ Google

10 เรื่องน่ารู้ของ Google
วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 เป็นวันแรกที่บริษัท Google ถูกก่อตั้งขึ้นมา และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้ ทีมงาน toptenthailand จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Google ในหัวข้อ 10 เรื่องน่ารู้ของ Google
10. ความขัดแย้งในกฎและสิทธิ
การเติบโตของกูเกิลในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริการ ก่อให้เกิดความขัดแย้งและการวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง ตัวอย่างเช่นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เขียนหนังสือ จากการให้บริการค้นหาหนังสือผ่าน กูเกิล บุ๊กเสิร์ช ที่มีการนำข้อมูลจากหนังสือมาสแกนเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นคว้าง่ายขึ้น เช่นเดียวกับการค้นหาภาพผ่าน กูเกิล ค้นหารูปภาพ นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์ที่กูเกิลได้ทำการเซ็นเซอร์ข้อมูลในการค้นหาบางส่วน เช่นกูเกิลได้ยอมให้ในประเทศจีน ที่ทางรัฐบาลไม่ต้องการให้ผู้ใช้งานกูเกิลจีนค้นหาข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสังคม กูเกิลได้ทำการเซ็นเซอร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน และเช่นเดียวกันในการเซ็นเซอร์ของเยอรมนีและฝรั่งเศสเกี่ยวกับการล้างชาติพันธุ์โดยนาซี
9. ฟ้องพวกชื่อเหมือน
ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 กูเกิลชนะความในศาล ในคดีที่มีบริษัทอื่นตั้งชื่อใกล้เคียง ได้แก่ googkle.com ghoogle.com และ gooigle.com เพื่อเรียกให้คนอื่นเข้าเว็บไซต์ของตน ทำให้เกิดความเสียหายกับชื่อเสียงของกูเกิล
8. ชื่อ
ชื่อ "Google" มาจากคำว่า "googol" ซึ่งหมายถึงจำนวนทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงเลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 อีกหนึ่งร้อยตัว หรือ 10กำลัง100 เพื่อเป็นการแสดงถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล อีกกระแสหนึ่งบอกว่าชื่อ Google มาจากความผิดพลาดในการจดโดเมนเนมในช่วงก่อตั้ง
7. ความร่วมมือ
ตั้งแต่ปี 2548 กูเกิลได้เริ่มมีการร่วมมือกับบริษัทอื่นและหน่วยงานรัฐบาลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยกูเกิลได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยนาซ่าเอมส์ ในด้านการวิจัยระบบจัดการข้อมูล เทคโนโลยีนาโน และการสำรวจอวกาศ กูเกิลยังได้จับมือกับซันไมโครซิสเตมส์โดยได้แบ่งข้อมูลเพื่อใช้ในการวิจัย กูเกิลได้ร่วมมือกับเอโอแอลของไทม์วอร์เนอร์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบค้นหาวิดีโอออนไลน์ นอกจากนี้ทางบริษัทได้มีการลงทุนในส่วนของรหัสโดเมนบสุด .mobi ร่วมมือกับหลายบริษัทได้แก่ ไมโครซอฟท์ โนเกีย อีริกสัน
6. บริษัทที่น่าทำงาน
กูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยนิตยสารฟอร์จูน
5. คติพจน์ประจำบริษัท
Don't be evil เป็นคติพจน์อย่างเป็นทางการของบริษัทกูเกิล ตั้งโดยพอล บุชเชต ผู้คิดค้นระบบจีเมล โดยเสนอแนะระหว่างการประชุมในไอเดียของสโลแกนที่มีผลระยะยาว ซึ่งขณะเดียวกันก็กล่าวกระทบกับบริษัทคอมพิวเตอร์อื่นในขณะนั้นที่พยายามครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว
4. รายได้
มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา และ บริษัทลูกอีกมากมาย
3. ซื้อกิจการ
ตั้งแต่ปี 2544 กูเกิลได้เริ่มมีการซื้อบริษัทที่มีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เข้ามา ตัวอย่างบริษัทและผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อได้แก่ บล็อกเกอร์พัฒนาโดยไพราแล็บส์แพลตฟอร์มสำหรับให้บริการเขียนบล็อก ปีกาซาที่พัฒนาโดยไอเดียแล็บซอฟต์แวร์สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ คีย์โฮลพัฒนาโดยบริษัทคีย์โฮลซอฟต์แวร์สำหรับดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลเอิร์ธ เออร์ชินเว็บแอพลิเตชันในการวิเคราะห์สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแอนะลิฟิกส์ ไร้รีเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเอกสารสำนักงานออนไลน์ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของด็อกส์ สเก็ตช์อัปพัฒนาโดยแอตแลสต์ซอฟต์แวร์สำหรับวาดภาพสามมิติ ยูทูบเว็บไซต์ให้บริการแชร์วิดีโอออนไลน์ จอตสปอตเว็บไซต์สำหรับสร้างเว็บไซต์แนววิกิปัจจุบันใช้ชื่อไซตส์ ดับเบิลคลิกบริษัทให้บริการโฆษณาออนไลน์ ไจกุเครือข่ายสังคมออนไลน์ โมโตโรล่า โมบิลิตี้ บริษัท ผลิตอุปกรณ์การสื่อสาร
2. จัดตั้งบริษัทมหาชน
มีการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เพิ่มมูลค่าของบริษัท 1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้นทางกูเกิลได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นรวมเข้ามา
1. ผู้ก่อตั้ง
กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อนที่ เมืองเมนโลพาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง Toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ Toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก Toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.Toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป
เครดิต : เรียบเรียงโดย คุณชายสิบหน้า, แหล่งที่มา : Wikipedia
http://www.toptenthailand.com/4304-top.html

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

iPhone 5S จะมีสีทองกับความจุ 128GB


iPhone 5S จะมีสีทองกับความจุ 128GB

ข้อมูลล่าสุดนี้ถูกเปิดเผยโดย  Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ขาประจำจาก KGI ที่ค่อนข้างมีความแม่นยำเกี่ยวกับข่าวคราวของ Apple ซึ่งในครั้งนี้เขาระบุว่า iPhone 5S จะเพิ่มระดับความจุของการเก็บข้อมูลให้สูงสุดอยู่ที่ 128GB จากเดิมที่มีอยู่ 3 แบบได้แก่ 16/32/64GB นอกจากนี้สีของตัวเครื่องจะมาอีกหนึ่งสีนั่นคือ "สีทอง" ที่  Apple ได้แรงบันดาลใจมาจากสีของแชมเปญ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เมื่อ Ming-Chi Kuo ระบุเพิ่มเติมว่าชิปประมวลจะอัพเกรดไปใช้ชิป "A7" พร้อมเปลี่ยนสถาปัตยกรรมภายในส่วนของการประมวลผลไปเป็นแบบ ARMv8 ที่เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าใน iPhone 5 ที่ปัจจุบันใช้ชิป A6 แบบ  ARMv7 ทำให้สนับสนุนการประมวลได้ทั้งแบบ 32 bit และ 64 bit ยกระดับประสิทธิภาพให้ดีขึ้นถึง 20% แต่  Ming-Chi Kuo เพิ่มเติมจุดนี้ว่าแม้จะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าชิป A7 จะรองรับการประมวลแบบ 64 bit แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะหากไม่มีในชิป A7 ในอนาคตบนชิป A8 ก็จะรองรับการประมวลแบบ 64 bit แน่นอน ส่วนของ RAM จะเป็น 1GB เหมือนเดิมแต่ปรับไปใช้แบบ LPDDR3  แทนที่ LPDDR2 ใน iPhone 5
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่องกล้องถ่ายภาพซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนี้ iPhone ตามหลังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นอย่าง Samsung Galaxy S4 Zoom หรือ Nokia Lumia 1020 แต่สำหรับ iPhone 5S สิ่งที่พัฒนาขึ้นก็ด้วยคือกล้องหลังที่จะคงความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แต่เปลี่ยนไปใช้เลนส์รูรับแสงที่ F/2.0 ลดลงจากใน iPhone 5 ที่เป็น F/2.4 และมี Dual Flash เพิ่มเข้ามาเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลละเอียดยิบจาก  Ming-Chi Kuo ครั้งนี้ต้องมาลุ้นกันว่าการวิเคราะห์ของเขาจะแม่นยำเหมือนเดิมหรือไม่ และจะมีอะไรเพิ่มเติมจนฮือฮาไปทั่วโลกหรือเปล่าต้องติดตามครับ
อ้างอิงจาก macrumors

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แอปเปิลเปิดตัว Logic Pro X แล้ว

Apple
วันนี้ แอปเปิลเปิดตัว Logic Pro X แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้าได้ซื้อ Redmatica บริษัทซอฟต์แวร์ตัดต่อเสียงสัญชาติอิตาลี และมีข่าวลือว่าได้เร่งพัฒนา Logic Pro อยู่ ซึ่ง Logic Pro X ที่เปิดตัวออกมาแล้วนั้น มีหน้าตาใหม่เช่นเดียวกับ Final Cut Pro X และยังมีฟีเจอร์ใหม่ เช่น Virtual Drummer เป็นการสร้าง session จำลองลองการตีกลองที่มีหลายแบบให้เลือก, Flex Pitch แก้ไขระดับเสียง (pitch) กับเสียงที่อัด (คล้าย Flex Time ใน GarageBand)
        นอกนั้นแอปเปิลยังเปิดตัว Logic Remote ที่สามารถควบคุม Logic Pro X ได้ผ่าน iPad ทำให้นักดนตรีมีความยืนหยุ่นในการสร้างเพลงมากขึ้น
       ส่วน MainStage ซึ่งเป็นแอพเคียงคู่ Logic Pro นั้นก็ได้รับการอัพเดตใหญ่เป็น MainStage 3 ที่มีหน้าตาใหม่และความสามารถใหม่เช่นกัน
        Logic Pro X ขายราคา 199.99 ดอลลาร์ และ MainStage 3 ขายราคา 29.99 ดอลลาร์ ที่ Mac App Store ส่วนแอพ Logic Remote บน iPad สามารถดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ที่ App Store (ต้องการ iOS 6 ขึ้นไป ฉะนั้น iPad รุ่นแรกไม่สามารถใช้ได้ และยังไม่มีบน iPhone นะครับ)
         ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับ Logic Pro X สามารถดูได้ที่นี่ และหน้าตาของ Logic Pro X ดูได้ท้ายเบรคครับ

ที่มา -Blognone Apple Press, MacRumors
ที่มา : http://www.itday.in.th

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

iOS 7 Beta 2 สามารถควบคุม iPhone , iPad โดนการขยับหัวได้ !!

iOS 7 Beta 2 สามารถควบคุม iPhone , iPad โดนการขยับหัวได้ !!

     สำหรับ Apple การควบคุมอุปกรณ์ด้วยนิ้วแบบทั่วๆไป ดูเหมือนจะไม่เท่ห์เเล้วเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร เราสามารถควบคุมด้วยการ ขยับหัวได้แล้วนะครับ...
     สำหรับ iOS7 Beta 2 ยังมีความผิดเพี้ยนถึงบั๊กบ้างนะครับ แต่ตอนนี้อยากจะนำเสนอข่าวด้านดี ด้านใหม่ ของระบบปฏิบัติการณ์ตัวนี้ อย่างล่าสุด มันสามารถจับการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้ใช้เองได้ครับ นั่นก็คือ เราสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้โดยการส่ายหัวนั่นเอง
  

 แบบในคลิปที่นายคนนี้มาแนะนำฟีจเจอร์นี้ (ด้วยทีวีจาก Samsung) หากคุณต้องการเปิดโหมดการขยับหัวก็สามารถทำได้ที่ Settings > General > Accessibility แล้วหาเมนู Switch และภายในจะมีการตั้งค่าต่าง ๆ มากมาย เราสามารถศึกษาเล่นๆได้เลยครับ เพราะสำหรับ Developer เเล้ว คงไม่ยากเท่าไร (iOS7 ปล่อยให้เฉพาะ Developer ลองใช้อยู่เท่านั้น)
ซึ่งบางคนบอกว่า จะบ้าหรอ อยู่ดีๆใครก็ไม่ส่ายหัว ส่ายคอ เพื่อเล่นไอโฟน , ไอแพดหรอก ..แต่เมื่อมองข้อดีของฟีจเจอร์นี้นั่นก็คือ เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้พิการยังไงล่ะครับ 
ที่มา: http://www.bitimer.in.th

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556


Seagate เปิดตัว Desktop HDD ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5" สำหรับเดสก์ท็อปและสตอเรจแบบ NAS
         ถึงแม้จะไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ 4TB ตัวแรกของตลาด แต่มันก็เป็นฮาร์ดดิสก์ 4TB ที่ใช้จานเก็บข้อมูล (platter) ขนาด 1TB (วางเรียงกัน 4 ชั้น) เป็นรายแรก ความสามารถอย่างอื่นคือแคช 64MB, รองรับ SATA3, ทำงานที่ 5,900 rpm ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าการหมุนที่ 7,200 rpm อยู่ 35%, มีซอฟต์แวร์ DiskWizard ช่วยให้ Windows XP เห็นความจุได้เต็มจำนวน (ต้องใช้คู่กับ UEFI ด้วย) ราคาขายตกตัวละ 190 ดอลลาร์
         นอกจากเรื่องฟีเจอร์แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ "ชื่อผลิตภัณฑ์" ซึ่ง Seagate เปลี่ยนจากแบรนด์ Barracuda ที่เราคุ้นเคยมาเป็นคำนามธรรมดาอย่าง Desktop HDD (ก่อนหน้านี้ก็มี Laptop Thin SSD)
ที่มา - CNET